Category สุขภาพ

อาการเวียนหัวและรู้สึกว่าคลื่นไส้   

เมื่อเรามีความรู้สึกว่าเรานั้นมีอาการหน้ามืดอาการเวียนหัวและรู้สึกว่าคลื่นไส้   

    อาการที่เราเป็นนั้นมีความรู้สึกว่าหน้ามืดหรือว่าเวียนหัวร่วมกับการที่เรามีอาการอาเจียนนั้นร่วมด้วยเป็นอาการของความผิดปกติทางสมองและระบบประสาทที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีอาการเหล่านี้  และเรานั้นก็ควรที่จะต้องเริ่มรักษาโดยด่วนอย่างอาการต่อไปนี้   

  • โรคไมเกรน  
  • เยื่อหุ้มสมองนั้นอีกเสบ  
  • เส้นเลือดในสมองนั้นอุดตัน 
  • รู้สึกมีอาการวิงเวียนเมื่อเรานั้นเป็นมาเกรน  
  • เส้นประสาทถูกกดทับ  
  •   ศรีษะนั้นได้รับความกระทบกระเทือน  หรือว่าได้รับอุบัติเหตุ   

มีความผิดปกติภายในหูชั้นใน  อย่างเช่นเรานั้นรู้สึกว่ามีอาการโครงเครง  หรือว่ารู้สึกว่าเรานั้นยืนตรงๆแล้วมีอาการยืนเอียงมีความรู้สึกว่าเรานั้นเสียงความทรงตัว   จนทำให้เรานั้นต้องนั่นตรงๆ เช่น  

  • ตะกอนหินปูนในรูหูชั้นในนั้นมีความเครื่อนที่
  • กระดูกในหูนั้นมีความเจริญที่ผิดปกติ  
  • น้ำในหูนั้นไม่เท่ากัน  
  • มีการติดเชื้อในหู   
  • มีความผิดปกติของตา  ในเวลาบางครั้งนั้นเราก็มีความผิดปกติจากสายตาอย่างเช่น  สายตานั้นสั้นหรือว่ายาว  ที่ทำให้เรานั้นผิดปกติ  ก็จะทำให้เรานั้นรู้สึกได้ว่าเรานั้นเกิดอาการมองเห็นนั้นไม่ชัด  และก็จะเกิดอาการเวียนหัวคลื่นไส้   โดยตอนที่เรารู้สึกว่าสายตาของเรานั้นเริ่มที่จะพล่ามัว  ดังนั้นถ้าใครมีอาการเหล่านี้นั้นเราควรที่จะรีบไปพบหมอเพราะว่าเรานั้นไม่รู้ว่าเรานั้นมีอาการที่แทรกซ้อนหรือไม่   
  • ฮอร็โมนแปรปวน   ส่วนมากนั้นจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงโดยเฉพาะช่วงก่อนที่ผู้ที่หญิงนั้นจะเป็นประจำเดือน  หรือว่าระหว่างที่เป็นประจำเดือน  ซึ่งเป็นอาการที่ผู้หญิงนั้นจะมีอาการขึ้นๆลง  อย่างเช่น  อาการเวียนหัว   คลื่นไส้อาเจียน    หรือว่านอกจากนี้แล้วก็จะเป็นอีกช่วงนั่นก็คืออาการที่เรากำลังตั้งท้องนั่นเองเพราะว่าผู้หญิงที่กำลังตั้งท้องนั้นมักจะมีอาการที่แปรปรวนแบบนี้เป็นเป็นต้น   
  • ความดันของเรานั้นผิดปกติ    เป็นความดันที่สูงเกินไปหรือว่าต่ำเกินไปนั้นก็ส่งผลให้เรานั้นมีอาการที่ผิดปกติอย่างเช่นอาการที่เป็นวิงเวียนศีรษะ  มีอาการอาเจียนร่วมด้วยอย่างนี้เป็นต้น  เพราะว่าเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายนั้นไม่เพียงพอ จึงทำให้ร่างกายนั้นเกิดความผิดปกติจึงทำให้เรานั้นเกิดอาการเวียนหัวได้  
  • ดื่มแอลกอฮอล์    การที่เราดื่มแอลกอฮอล์มากๆหรือว่าเมาค้างนั้นจะทำให้เรารู้สึกว่าเรานั้นมีอาการปวดหัวนั้นได้  ซึ่งเรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องที่เราอาจจะได้ยินกันอยู่แล้ว  รวมไปถึงการที่เราอาเจียนออกมาด้วย  เพียงแค่เรานั้นนอนพักอาการเหล่านี้จะค่อยๆหายไป  

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออมสิน

โรคเอดส์นั้นมีกี่สายพันธุ์  

โรคเอดส์นั้นเราเรียนมากับการที่เราต้องต้องไปมีเพศสัมพันธุ์กับคนที่ติดเชื้อ หรือว่าเรารับเชื้อมา  การที่เป็นโรคนี้คือการที่เราติดเชื้อมา   และการที่รับเชื้อมานั้นเราต้องคิดว่าเราจะต้องอยู่บนโลกใบนี้อีกได้ไม่นาน  เดี่ยวเราก็ต้องตายในที่สุด  ดังนั้นเราต้องรู้จักการดูแลและรักษาเกี่ยวโรคนี้  และการที่เรารับเชื้อมาแล้วเราต้องปฏิบัติตัวอย่างไร  หรือสามารถที่จะหาซื้อ  ชุดตรวจ hiv  มาตรวจเพื่อเป็นการป้องกันได้ทันถ่วงที

โรคเอดส์นั้นมีกี่สายพันธุ์  

เชื้อเอชอวีนั้นมีมากมายและมีหลายสายพันธุ์อย่างมาก  โดยที่เรานั้นตรวจพบเจอนั้นจะมากกว่า 10 สายพันธุ์  นั้นกระจายอยู่ทั้งโลก

และในประเทศไทยของเรานั้นเราจะพบเชื้อที่มีการติดเชื้อเอสไอวีนั้นอยู่มีสองสายพันธุ์ นั้นก็สาย  เอ และสายอี  ที่เรานั้นพบมากและเยอะที่สุดในประเทศไทย นั่นก็คือการที่เราไปมีเพศสมพันธุ์ระหว่างชายและหญิง และอีกกลุ่มนั้นก็คือการที่เราใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน  นั่นก็คือกลุ่มที่เสพติด

โรคของ HIV นั้นจะติดต่อได้อยู่ 32ทางนั้นก็คือ  

  1. การที่เรามีเพศสัมพันธุ์กับคนที่เป็นเอดส์ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้คือการเป็นการที่ติดเชื้อนั้นได้โดยง่ายอย่างมาก เพราะว่าการที่เรามีเพศสัมพันธุ์แบบนี้คือการที่เราติดเชื้อไป 83% ของคนที่ติดเชื้อส่วนมากนั้นจะเป็นการที่เราติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธุ์ทั้งหมด  
  2. การที่เรารับเชื้อมาจากทางเลือด  การที่เรารับเชื้อแบบนี้จะมีอยู่ 2 กรณี  
    1. การที่เราใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน  ซึ่งคนกลุ่มนี้ที่จะติดเชื่อคือคนที่ที่เป็นกลุ่มที่ใช้ยาเสพติดร่วมกัน  แล้วใช้เข็มร่วมกันจนทำให้เกิดการติดเชื้อ
    2.  การที่เรารับเลือดมาจากการที่เราผ่าตัด  การที่เราต้องรักษาหรือว่าการที่เราต้องได้รับเลือด ในสมัยก่อนนั้นเราจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางนี้ได้ง่ายเพราะว่าคนที่มาบริจากเลือดนั้นเราไม่ได้ตรวจเลือดอย่างละเอียด  เพราะว่าเครื่องมือนั้นไม่ได้ทันสมัยเหมือนเดี่ยวนี้  แต่ว่าเดี่ยวนี้ถ้าจะบริจากเลือดนั้นเราก็ต้องตรวจเลือดอย่างละอียดและเดี่ยวนี้การที่ที่เราจะรับเชื้อทางนี้นั้นก็จะเป็นไปได้น้อยมาก 
  3. การที่เราติดต่อทางแม่สู่ลูก  เป็นการที่แม่นั้นรับเชื้อเอสไอวีและไม่ได้มีการป้องกัน  จึงทำให้เราตั้งท้องและด้วยวิธีการทางหมอนั้นได้มียาต้านไวรัสที่สามารถช่วยให้เมื่อแม่นั้นตั้งท้องแล้วลูกที่อยู่ในท้องนั้นจะไม่ติดเชื้อต่อจากแม่ ซึ่งจะเป็นการที่ได้รับเชื้อนั้นน้อยลง

โรคตับ

       การมีสุขภาพที่ดีนั้นเป็นสิ่งที่ใครๆต่างก็ปรารถนาด้วยกันทั้งสิ้น การที่ได้มีร่างกายที่พร้อมเป็นปกติและมีสุขภาพที่ดีแข็งแรงสมบูรณ์ครบถ้วนนั้นถือเป็นลาภอันประเสริฐยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกนี้ เพราะการจะดำเนินชีวิตให้ดีได้ในโลกของเรานั้นย่อมต้องพึ่งพาร่างกายเป็นหลักสำคัญในการคลับเคลื่อนในชีวิตในแต่ละวัน และในปัจจุบันก็มีโรคต่างๆมากมายเกิดขึ้นและพบเห็นได้ว่ามีคนบางจำนวนที่เป็นโรคต่างๆอีกมากด้วยเช่นกัน และหนึ่งในโรคที่เราพบเห็นก็คือโรคตับ ซึ่งเราจะมาทำความรู้จักกับโรคนี้กัน

      ในปัจจุบันนั้นพบว่าคนไทยบางจำนวนได้มีมีการป่วยเป็นโรคตับกันมากขึ้น โดยที่โรคตับนั้นถือว่าเป็นความเสี่ยงหนึ่งที่อาจนำให้ผู้ป่วยไปสู่อาการที่หนักขึ้นอย่างการเป็นมะเร็งตับต่อไปได้ในอนาคต เมื่อได้ทราบเช่นนี้อาจจะดูเป็นเรื่องที่น่ากลัวและหดหู่เป็นอย่างมาก แต่จริงๆแล้วสำหรับโรคตับนั้นเป็นอาการที่สามารถจะทำการรักษาและป้องกันก่อนสายได้หากมีการไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอาการเพื่อให้ทางทีมแพทย์ได้ทำการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆได้ เนื่องมาจากว่าอาการของโรคที่สืบเนื่องมากจากการเกิดอาการอักเสบของตับในระยะต้นนั้นจะยังไม่ได้มีการแสดงออกถึงความผิดปกติที่มากนัก

เพราะส่วนใหญ่ที่พบมักจะพบอาการที่แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความไม่ปกติของตับก็จะเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ตรวจแล้วพบเลยว่าตับมีลักษณะที่แข็งแล้ว ซึ่งอาการที่พบได้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับส่วนมากนั้นจะมาด้วยอาการท้องบวม ตัวเหลือง และยังมีในบางรายที่มีอาการหนักมากๆเมื่อตรวจดูแล้วจึงพบว่าอาการได้เข้าสู่ระยะของการเป็นมะเร็งตับไปเสียแล้ว

และจะต้องใช้เวลารักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานต่อไปนั่นเอง สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคตับนั้นก็มีอยู่ในหลายกลุ่มด้วยกันที่พบอยู่บ้างก็เป็นกลุ่มของคนที่ทางครอบครัวนั้นมีสมาชิกที่มีประวัติเป็นโรคตับมาก่อนก็มีความเสี่ยงว่าคนในครอบครัวคนอื่นๆที่สืบสายเลือดเดียวกันก็อาจจะเป็นโรคตับนี้ได้ด้วยเช่นกัน และสำหรับผู้ที่ไปตรวจแล้วพบว่ามีไขมันไปพอกอยู่ที่บริเวณตับ หรือแม้กระทั่งคนที่มีภาวะอ้วนลงพุงเองก็มีความเสี่ยงอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความเสี่ยงมากๆเช่นกันนั่นก็คือคนที่มีการดื่มสุราอยู่เป็นประจำและดื่มติดต่อกันมาเป็นระยะเวลา

ร่วมหลายๆปีก็มักจะมีความเสี่ยงที่มากกว่าในกลุ่มคนอื่นๆจากที่กล่าวมา และหากใครที่กำลังสงสัยถึงอาการ หรือเป็นกังวลว่าอาการที่ตัวเองเป็นอยู่มีความเสี่ยงหรือเข้าข่ายของกลุ่มคนที่จะเป็นโรคตับก็สามารถที่จะไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการตรวจหาอาการดูก่อนก็ได้เพื่อความสบายใจ และเพื่อที่จะได้ระมัดระวังและสามารถป้องกันการนำไปสู่โรคนี้ได้ทันเวลา

        และทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับโรคตับที่ทางเราได้นำมาฝากให้ทุกๆคนได้ทราบถึงข้อมูลที่มีความจำเป็นที่จะต้องรู้เอาไว้หากมีความสงสัยว่าตัวเองมีความเสี่ยงที่จะเข้าข่างผู้ป่วยโรคตับแล้วก็จะได้มีความตื่นตัว หรือรู้เท่าทันว่าอาการในเบื้องต้นนั้นเป็นอย่างไร และเพื่อให้ทุกๆนั้นได้ตระหนักถึงความสำคัญในการหมั่นดูแลเอาใจใส่ต่อสุขภาพตับของตัวเองกันให้ดีด้วยนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

การจัดฟันหรือดัดฟัน

การจัดฟันหรือดัดฟัน เป็นเทคโนโลยีอีกเเบบหนึ่งที่เอาใจคนรักฟัน เเละช่วยเเก้ปัญหาเกี่ยวกับฟันที่ผู้คนมักประสบพบเจอ การจัดฟันเป็นนวัตกรรมในการปรับรูปเเบบเเละโครงสร้างของรูปฟัน โดยจะมีการเอ็กซเรย์ฟันทั้งหมดก่อนที่จะจัดฟัน เพื่อที่จะไห้เห็นฟันทั้งหมด เพราะจะได้รู้ว่า ฟันที่ต้องถอน มันอยู่ในเหงือกไหม หรือฟันผุ ฟันครุด ฟันที่ไม่เกี่ยวหรือไม่ได้ช่วยอะไรก็ต้องถอนออกทั้งหมด

เพื่อไม่ไห้เป็นอุปสรรคในการทำฟัน การจัดฟันได้รับความนิยมมามากกว่า4-5ปีเเล้ว เเต่หลายคนเพียงเเค่ไม่รู้จัก ซึ่งระยะหลังๆนี้ เกิดการฮิตกันมากที่สุดในหมู่วัยรุ่นอายุ13ปีขึ้นไป ซึ่งการจัดฟันเเบบนี้ ไม่ต้องใช้หมอ ไปทำที่ห้าง ซึ่งเรียกว่า การจัดฟันเเฟชั่นนั่นเอง ราคาก็500-600 เเล้วเเต่บางร้าน

ซึ่งการจัดฟันเเบบนี้อันตรายมาก ทำไห้เกิดฟันล้ม เเละฟันเน่าได้ เเต่ในปัจจุบัน ไม่ค่อยมีคนจัดฟันเเฟชั่นกันเเล้ว เพราะมันเป็นผลเสียระยะยาว ที่จะทำไห้ฟันล้ม ซึ่งพอถึงเวลาจัดฟันจริงๆ การจัดฟันก็จะยากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งตอนนี้วัยรุ่นเเทบทุกคนก็หันมาจัดฟันเเฟชั่นเเท้อย่างจริงจัง เพราะมันอยู่ได้นาน อีกอย่างทำกับหมอที่คลินิกฟันโดยตรง ปลอดภัย สบายใจ ก่อนจะทำหมอจะประเมินฟัน โดยการเอกซเรย์ก่อนทุกครั้ง ซึ่งการจัดฟัน จะเเก้ปัญหากับผู้ที่มีฟันเหยิน ฟันเก ฟันห่าง ฟันไม่เท่ากัน ซึ่งหมอก็ทำการจัดฟันไห้

 เราสามารถเลือกยางจัดฟันได้หลากหลายสี ไม่ว่าจะเป็นสีเเดง สีเขียว สีเรืองเเสงต่างๆ หรือเเม้กระทั่งสีรุ้ง เลือกตามใจที่เราชอบได้เลย ซึ่งใช้เทคโนโลยีต่างๆเข้ามาช่วย เช่น การใส่สกรูไห้ฟันยึดติดกันก่อน เพื่อไห้ฟันที่ห่างกันยึดมาติดกัน เเล้วใส่เหล็กจัดฟัน สำหรับคนที่ฟันเหยินมาก กรามยื่น เวลาจัดฟันเเล้วหน้าจะเรียวเล็กอย่างเห็นได้ชัดเจน

เเต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับใบหน้าของเเต่ละคน บางคนฟันเหยิน มันก็เลยดันกรามขึ้นมา ทำไห้หน้าใหญ่ เเต่ถ้าบางคนหน้าใหญ่เเละฟันเหยินอยู่เเล้ว อาจจะทำไห้ฟันหายเหยินเเต่หน้าที่ยังใหญ่ยังอยู่เหมือนเดิม ซึ่งการจัดฟันเป็นที่ยอดนิยมในทุกๆวัย ไม่จำเป็นต้องเป็นวัยรุ่น 

การจัดฟันเป็นการช่วยเเก้ปัญหาฟันในเรื่องต่างๆ โดยการทำเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดฟัน โดยมีการเอกซเรย์ การดามเหล็กเพื่อไห้ฟันเข้าหากัน เเก้ปัญหาฟันห่างมาก หรือเหยินมาก โดยการใส่เหล็กจัดฟัน เเล้วดึงเข้ามา อาจจะใช้ระยะเวลาไม่เกิน2ปีเเล้วฟันจะเข้าที่ เเต่ฟันเข้าที่เเล้วต้องใส่รีเทนเนอร์เข้าไป เพื่อไห้ฟันที่เข้าที่เเล้ว อยู่ตัวไม่กลับมาเคลื่อนที่อีก เป็นการล็อคฟันอีกเเบบหนึ่ง เเต่ไม่ต้องใส่เหล็กจัดฟันเเล้วนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

5 เทรนด์สุขภาพที่ชาวไทยค้นหาสูงที่สุดในปี 2019

5 เทรนด์สุขภาพที่ชาวไทยค้นหาสูงที่สุดในปี 2019

ลำดับที่ 5 โรคเศร้าหมอง
โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่เริ่มเป็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้นภายในปีสองปีที่ผ่านมานี้เป็นอย่างมาก นอกเหนือจากที่จะมีข่าวสารการฆ่าตัวตายจากคนที่ใครๆ ก็รู้จัก แล้วคนธรรมดาทั่วไปเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังมีบทความที่กล่าวถึงโรคซึมเศร้าอย่างเอาจริงเอาจังมากไม่น้อยเลยทีเดียว เพื่อชี้แจงถึงต้นเหตุ อาการ สัญญาณอันตราย แล้วขั้นตอนการรักษาอย่างแม่นยำ ภายหลังที่หลายๆ คน อาจไม่รู้เรื่องว่าโรคซึมเศร้าเป็นโรคที่จะต้องเข้ารับการดูแลรักษาจากหมออย่างเป็นจริงเป็นจัง บางทีอาจได้รับยา หรือบำบัดด้วยแนวทางอื่นๆ จากจิตแพทย์ ไม่ใช่อาการที่รักษาหายได้ด้วยตัวเอง ได้แก่ การนั่งสมาธิ หรือหาเพื่อนหรือที่ปรึกษาเพื่อเปิดใจ

ลำดับที่ 4 โรคตุ่มน้ำพอง
จากกรณีการเสนอข่าวสาร ดาราหนังโด่งดัง วินัย ไกรบุตร มีอาการป่วยเป็นโรคผิวหนังประเภทหนึ่ง มีลักษณะอาการแสบ ร้อน คันไปทั่ว ตุ่มขึ้นทุกแห่งทั่วร่างกาย ทำให้ทานอะไรแทบจะมิได้ สรุปได้ว่าเป็นโรคในตุ่มน้ำพอง คือ เพมฟิกอยด์ (Bullous pemphigoid) โดยโรคตุ่มน้ำพองนี้เป็นตุ่มน้ำพองทางผิวหนังที่พบมาก และมีลักษณะคล้ายกับโรคเพมฟิกัส มีต้นเหตุที่เกิดจากความไม่ดีเหมือนปกติสำหรับการปฏิบัติงานของระบบภูมิต้านทาน กระตุ้นให้เกิดการทำลายโปรตีนที่ยึดผิวหนังในชั้นผิวหนังชั้นนอก แล้วก็หนังแท้ไว้ร่วมกัน ผิวหนังก็เลยแยกตัวจากกันโดยง่าย กำเนิดเป็นตุ่มพองตามร่างกาย เป็นโรคที่ชาวไทยไม่ค่อยเคยชินเลยมีการค้นหากันออกจะมาก

ลำดับที่ 3 โรคชิคุนกุนยา
ภายหลังที่ข่าวสารระบาดของโรคในหลายจังหวัดตั้งแต่ต้นปี 2019 ทำให้มีการค้นหาเกี่ยวกับโรคนี้เยอะขึ้น โรคชิคุนกุนยา หรือที่รู้จักกันในชื่อทั่วๆ ไปว่า โรคไข้ปวดข้อยุงลาย เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากร่างกายติดเชื้อโรคเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา เป็นเชื้อไวรัสที่อยู่ในเครือญาติ Togaviridae มีแมลงเป็นพาหะนำโรค มีรังโรค ยกตัวอย่างเช่น หนู ลิง นก หรือบางทีอาจเป็นสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังชนิดอื่นๆ ซึ่งยังไม่ทราบชัดเจนว่ามีสัตว์อะไรบ้าง แต่ว่าในตอนที่มีการระบาดอย่างหนักมีรังโรค คือ คน ผู้ป่วยมีลักษณะไข้สูง ปวดกล้าม มีผื่นแดง ปวดศีรษะ ปวดตา ถ้ามีลักษณะอาการหนักบางทีอาจปวดข้อนานนับเป็นเวลาหลายเดือนได้

ลำดับที่ 2 โรคตับจากแอลกอฮอล์
โรคตับเป็นโรคที่เอาชีวิตของชาวไทยไปไม่น้อยในแต่ละปี ในปี 2019 นี้มีการรณรงค์ให้ลด ละ เลิกดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดการเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคตับ โดยโรคตับที่มาจากแอลกอฮอล์ มีทั้งโรคตับแข็ง โรคมะเร็งตับ ซึ่งทั้งคู่เป็นโรคที่ชาวไทยมีอาการป่วยด้วยไม่น้อยเลยทีเดียวในแต่ละปี เว้นแต่อันตรายถึงชีวิตแล้ว ยังมีหลายองค์กรที่ออกมารณรงค์ให้งดเว้นแอลกอฮอล์ เช่น การรณรงค์งดเว้นสุราในช่วงเข้าพรรษาของ สสส. และก็หน่วยงานอื่นๆ ทำให้โรคตับจากแอลกอฮอล์เป็นคำที่ถูกค้นหามากเป็นลำดับที่ 2 ของปีนี้

ลำดับที่ 1 น้ำมันกัญชา
เป็นเรื่องที่ถูกเอ่ยถึงกันในสังคมไทยอย่างมากเกี่ยวกับ “น้ำมันกัญชา” เพราะคุณประโยชน์ รวมทั้งการใช้งานตามความจริง กัญชาถือได้ว่าเป็นสิ่งเสพติดในความคิดของคนจำนวนไม่น้อย แต่มีข้อมูลอ้างอิงว่ากัญชาสามารถเป็นยารักษาโรคอย่างแม่นยำได้จริง จนถึงมีข่าวสารจากองค์การเภสัชกรรมจัดแจงเปิดตัวน้ำมันกัญชา ทางด้านการแพทย์อย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อนำมาศึกษาค้นคว้ากับเซลล์ของโรคมะเร็งในหลอดทดสอบ รวมทั้งเปิดรับสมัครคนไข้โรคมะเร็งระยะสุดท้าย เพื่อนำมาใช้รักษาคนป่วยโรคมะเร็งจริงๆ ในอนาคต นอกเหนือจากนี้น้ำมันกัญชาที่องค์การเภสัชกรรมผลิต ยังมีพวกที่สามารถทุเลาลักษณะของอาการปวด ลดอาการอ้วก แล้วก็การบวมอักเสบของแผลอีกด้วย ทำให้เป็นที่พึงพอใจของคนอีกจำนวนไม่น้อยกระทั่งติดอันดับคำที่คนค้นหาเยอะที่สุดในปี 2019 นี้

ผมร่วงเยอะเกิดจากอะไร อะไรเป็นสาเหตุให้ผมร่วง

ผมร่วงเยอะเกิดจากอะไร อะไรเป็นสาเหตุให้ผมร่วง

1. กรรมพันธุ์
หากพ่อหรือแม่ ของคุณมีอาการผมร่วงอยู่บ่อยๆ หรือหวีผมทีไรผมก็หลุดออกมาเยอะเกิน หรือแม้กระทั่งลูบผมไปก็ต้องมีหลุดออกมามากกว่า 2 เส้นแล้ว แสดงว่าอาการผมร่วงที่คุณเผชิญอยู่อาจมีผลมาจากกรรมพันธุ์

2. อายุที่เพิ่มขึ้น
อายุที่มากขึ้นทำให้อะไรหลายๆ อย่างเสื่อมลง รวมถึงรากผมของเราได้ที่เสื่อมสภาพลง ทำให้ผุ้สูงอายุหลายๆ คน มีลักษณะผมที่บาง หลุกร่วงได้ง่าย

3. ขาดสารอาหาร
ผมก็ต้องการวิตามินและโปรตีนเพื่อบำรุงให้มีสภาพดี หากคุณไม่ได้ทานโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอ เส้นผมก็จะขาดการบำรุงที่ดี จนหลุดร่วงไปได้เหมือนกัน อย่าลืมดูแลรากผมด้วยการทานโปรตีนให้เพียงพอ เพราะบางทีการใช้เซรั่มใส่ผมอาจไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

4. ผลข้างเคียงของการรักษา
อาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่า ถ้าใครเข้ารับการรักษาโรคบางอย่าง เช่น การทำคีโมสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ก็มีโอกาสที่จะได้รับผลข้างเคียงจากการรักษา ทำให้ผมร่วงได้เหมือนกัน

5. ตั้งครรภ์
การที่คุณตั้งครรภ์ สิ่งแรกที่นึกถึง คือ น้ำหนักที่มากขึ้นใช่หรือไม่ เพราะคุณไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่คุณกำลังมีใครอีกคนอยู่ในท้อง ทำให้อาหารที่คุณทานเข้าไปปกติ จะต้องถูกหารสอง เพื่อให้ทั้งคุณและลูกของคุณ ทำให้สารอาหารบางอย่างอาจไปไม่ถึงคุณ คุณแม่จึงต้องทานโปรตีน และแคลเซียมให้มาก หากโปรตีน และแคลเซียมไม่เพียงพอ นอกจากคุณลูกอาจจะมีพัฒนาการได้ไม่เต็มที่แล้ว ตัวคุณแม่เองก็อาจจะมีปัญหาทางสุขภาพอย่างกระดูกเปราะ หรือผมร่วงได้เหมือนกัน

6. ทำรุนแรงกับเส้นผมบ่อยๆ
การทำสีผม กัดสีผม ยืดผม จัดแต่งทรงผม หรือแม้กระทั่งการรัดผมรวบตึงเปรี๊ยะ ก็สามารถทำให้เกิดการขาดหลุดร่วงได้ แล้วไม่ทำความสะอาดหนังศีรษะ และเส้นผมให้ดี ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงได้เหมือนกัน

7. หนังศีรษะติดเชื้อ
จริงๆ แล้วเชื้อราบนหนังศีรษะอาจมาจากการใช้หวีร่วมกับผู้อื่น ซึ่งอาจมีเชื้อราบนหนังศีรษะอยู่แล้ว หรือการใช้ผ้าเช็ดผม การใช้อุปกรณืจัดแจ่งทรงผมร่วมกัน หรือเป่าผมไม่แห้งแล้วนอนเลย การใส่หมวก แต่การใส่หมวกอาจเป็นเพียงการกระตุ้นหนังศีรษะให้ผมร่วงง่ายขึ้น การติดเชื้อที่หนังศีรษะก็มีหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักๆ อาจมาจากเชื้อราบนหนังศีรษะ

เลิกสูบบุหรี่ได้แน่ แค่ต้องมีกำลังใจ

 

ในปี 2557 มีการสำรวจข้อมูลสุขภาพเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ พบว่าคนไทยเริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุ 15 ปี ขึ้นไป โดยพบว่ามีจำนวนผู้สูบบุหรี่สูงถึง 11.4 ล้านคน หรือประมาณ 20.7% ทั้งนี้ได้สำรวจพฤติกรรมการสูบ พบว่าสูบเป็นประจํา 10 ล้านคน และนานๆ ครั้ง 1.4 ล้านคน และสถิติการเสียชีวิตของกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ พบว่าในอีก 10-20 ปีถัดไปจะมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคจากบุหรี่ถึง 1 ใน 4 ข้อมูลการเสียชีวิตของคนไทยพบผู้เสียชีวิตด้วยโรคจากบุหรี่ 42,000-52,000 คน

บุหรี่อันตรายอย่างไร
แท้จริงแล้วควันบุหรี่ที่สูดดมเข้าไปต่างหากที่อันตรายมากๆ เพราะมีสารเคมีมากกว่า 4,000 ชนิด เป็นสารพิษไปแล้วกว่า 250 ชนิด นอกนั้นเป็นสารก่อมะเร็งมากกว่า 50 ชนิด โดยเฉพาะโรคมะเร็งปอด โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด

วิธีเลิกบุหรี่สามารถทำได้หลายวิธี
คนที่เสพติดการสูบบุหรี่ แล้วคิดจะเลิกเพื่อสุขภาพของตนเองและคนที่คุณรัก จะต้องแน่วแน่และมีกำลังใจมากๆ ในการเลิก บุหรี่ก็เหมือนขนม หากคนที่รักการทานขนมมีความไขว้เขว ต่อขนมมากเพียงใด ผู้ติดบุหรี่ก็มีความโลเลมากเช่นกัน วิธีที่นำมาบอกวันนี้ ได้แก่
1) วิธีหักดิบหรือเลิกด้วยตัวเอง
การหยุดสูบบุหรี่ทันที วิธีนี้อาจจะดูเป็นวิธีที่พูดง่ายแต่ทำยากมาก เพราะพบว่าสถิติของผู้ที่พยายามเลิกบุหรี่ด้วยวิธีนี้ร้อยละ 90 ไม่ประสบความสำเร็จ และมักจะเกิดอาการขาดนิโคตินจนต้องกลับไปสูบอีกในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์
2) การใช้พฤติกรรมบำบัด
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เคยชิน วิธีนี้คงเป็นวิธีที่ค่อนข้างต้องใช้ความพยายามมากเลยทีเดียว เพราะเราต้องพยายามหากห้ามใจตนเอง พยายามหลีกเลี่ยงอารมณ์ที่ทำให้เกิดความอยากสูบ ทั้งนี้อาจใช้วิธีสร้างแรงจูงใจเพื่อการเลิกบุหรี่ และอย่าลืมที่ว่าต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และพยาบาล
3) การใช้ยาช่วยเลิกบุหรี่
การใช้ยาช่วยเลิกบุหรี่ ได้แก่ การใช้ยาที่มีสารนิโคตินในขนาดต่ำ เช่น หมากฝรั่งอดบุหรี่หรือแผ่นแปะผิวหนังนิโคติน การใช้ยาชนิดเม็ดที่ไม่มีนิโคตินเพื่อช่วยลดอาการขาดนิโคติน
4) การฝังเข็มเพื่อช่วยลดอาการอยากสูบบุหรี่
การฝังเข็ม เพื่อช่วยลดอาการอยากสูบบุหรี่และคลายความหงุดหงิด

ทั้งนี้นอกจากการตั้งใจที่จะเลิกสูบบุหรี่ให้ได้อย่างเด็ดขาดแล้ว ก็ไม่ควรที่จะลืมไปตรวจคัดกรองโรคที่เป็นผลจากการสูบบุหรี่ด้วย เพื่อให้รู้ตัวเองก่อนว่าเป็นโรคร้ายอย่างโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคถุงลมโป่งพอง และโรคมะเร็งปอดหรือไม่ จะได้รักษาได้ทันท่วงที

ป่วยเป็น โรคไตเรื้อรัง ทานอะไรได้บ้าง

ภาวะโภชนาการถือเป็นปัจจัยสำคัญ ในการช่วยชะลอภาวะไตวายเรื้อรัง ตั้งแต่ระยะต้นจนถึงระยะไตวายเรื้อรัง ก่อนจะต้องฟอกไตหรือในภาวะไตวายระยะสุดท้าย ซึ่งหน้าที่การทำงานของไต คือ

  1. ขับของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญสารอาหารจากโปรตีนต่างๆ
  2. ขับแคลเซียมส่วนเกิน อย่างเช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส หรือเกลือแร่อื่นๆ

 

เพราะฉะนั้นอาหารการกินที่มุ่งเน้นจะช่วยไม่ให้ไตทำงานหนัก โดยที่ไตเสื่อมระยะต้นจะต้องควบคุมในส่วนของอาหารเค็ม การควบคุมจะมีประโยชน์ เนื่องจากอาหารเค็มนั้นมาจากเกลือโซเดียม หากมีเกลือโซเดียมในร่างกายมากจะทำให้ร่างกายบวม ภาวะเหล่านี้จะมีผลต่อการทำงานของไต และหากมีเกลือโซเดียมเยอะหรือมีความดันโลหิตสูง ภาวะในร่างกายก็จะสูงขึ้นด้วย หากควบคุมอาหารเค็ม ลดเกลือโซเดียมลง ก็จะช่วยควบคุมอาการหรือชะลอในส่วนของภาวะไตวายเรื้อรังได้ง่ายขึ้น

ประการต่อมาคือโปรตีน ร่างกายที่ได้รับโปรตีนจะย่อยสลายเป็นกรดอะมิโนเพื่อดูดซึมและเกิดเป็นของเสียขึ้นขับออกมาในรูปยูเรีย ถ้าโปรตีนในปริมาณที่มากเกินไป โดยเฉพาะโปรตีนที่ไม่มีประโยชน์ จะเกิดของเสียเยอะ ทำให้ไตทำงานหนัก

และต่อมา คือ โพแทสเซียม ไตทำหน้าที่หลักขับโพแทสเซียมออกจากร่างกาย หากทานโพแทสเซียมมาก ในเวลาที่ไตเสื่อม ไตทำงานน้อย จะทำให้โพแทสเซียมค้างอยู่ในร่างกาย และทำให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นต้องคุมอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น ผลไม้บางชนิด จำพวกกล้วย ส้ม หรือผลไม้ที่มีสีจัด ผักใบเขียวที่เข้ม และควรลดอาหารพวกเนื้อสัตว์ น้ำอัดลม เมล็ดทานตะวัน อาหารแปรรูป นม เนย ถั่วต่างๆ ที่ต้องระมัดระวังและลดปริมาณลง

สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยไตเรื้อรังขาดสารอาหาร
ผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะที่ 4 หรือ 5 จะมีของเสียในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น จะมีผลกระทบไปถึงการเบื่ออาหาร การทานอาหารได้น้อย เป็นผลกระทบสำคัญที่ทำให้เกิดการทุกข์ทางโภชนาการ จึงจำเป็นที่ต้องแนะนำให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วน แต่ยังต้องควบคุมอาหารให้เหมาะสม เช่นไม่ได้รับโปรตีน อาหารที่มีฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และโซเดียมที่สูงมากเกินไป แต่ควรให้สมดุลกันระหว่างภาวะโภชนาการที่ดี กับการควบคุมไม่ให้มีเกลือแร่คลั่งในร่างกายมากเกินไปเช่นกัน

ประเภทอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังสิ่งที่ทานได้หรือทานไม่ได้
ควรรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสม เน้นเป็นพวกแป้งข้าวเจ้า วุ้นเส้น อาหารที่ย่อยง่าย

ในกลุ่มของโปรตีนแบ่งเป็นอกเป็น 2 กลุ่ม
2.1 โปรตีนคุณภาพสูงพวกเนื้อปลา เนื้อไก่ที่ไม่มัน เนื้อหมูสันใน จำพวกเนื้อสัตว์ที่มัน และน้ำมันพืช
2.2 หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันหรือมีไขมันอิ่มตัวสูงก็ เช่น น้ำที่ทำจากสัตว์ น้ำมันมะพร้าว ของทอด ของมันต่างๆ เพราะจะทำไขมันในเลือดสูง คอเรสเตอรอลมากในร่างกายจะเป็นปัจจัยเสริมเหมือนกันที่ทำให้อาการแย่ลง
ในส่วนของหมวดหมู่วิตามิน เกลือแร่ พยายามหลีกเลี่ยง เนื่องจากอาหารเค็มมีผลโดยตรงต่อไต หลีกเลี่ยงอาหารโพแทสเซียมสูงในไตที่เริ่มเสื่อมมาก พวกวิตามินต่างๆสามารถทานได้ปกติ แต่ควรระมัดะวัง บางประเภทที่ทำให้เกิดพิษหรือเกิดการสะสมในไต ระวังวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามินอี วิตามินเอ วิตามินซี เพราะมีโอกาสสะสมได้

การแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
คนไข้ที่เป็นโรคไตต้องมีการปรับตัว จากรับประทานอาหารปกติ ต้องควบคุมอาหารให้มากขึ้น ค่อยๆปรับตัว หากยังไม่สามารถลดหรือไม่สามารถควบคุมอาหารได้ร้อยเปอร์เซ็น ก็ค่อยๆลดปริมาณเนื้อสัตว์ที่มาก ลดลงครึ่งหนึ่ง หรือลดลง10-20 เปอร์เซ็น ลดโปรตีนในบางมื้อ ลดอาหารมันจนถึงจุดที่สมดุลแล้ว หากสามารถลดได้แล้ว ก็ยังต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ป่วยกับอายุรแพทย์ทางโภชนาการหรืออายุรแพทย์ทางโรคไตมาช่วยประเมินว่าการทำงานของไต ความดัน และเกลือแร่ในเลือดสมดุลดีหรือไม่ ต้องทานอาหารกลุ่มใดเป็นพิเศษเพิ่มเติม

“จัดฟันแฟชั่น” จัดฟันเถื่อนอันตรายต้องอ่าน

“จัดฟันแฟชั่น” ในคลินิกเถื่อน เสี่ยงติดเชื้อ อันตรายถึงชีวิต การจัดฟัน ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทันตแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมฯ เท่านั้น
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงการจัดฟันว่าเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องการสบฟันผิดปกติ ฟันซ้อนเก ฟันห่าง ฟันยื่น โดยต้องมีทันตแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน จะช่วยให้มีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น เพิ่มความมั่นใจและเสริมบุคลิกภาพ

แต่ในการจัดฟันแฟชั่นที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้มีรูปแบบพัฒนาไปจากเดิมมาก มีแหล่งขายรีเทนเนอร์ขนาดใหญ่ และร้านที่ลักลอบให้บริการติดอุปกรณ์ลวดดัดฟันแฟชั่นผิดกฎหมาย เช่น เปิดร้านเช่าเล็กๆ และมีพนักงาน 1-2 คนให้บริการ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียน นักศึกษา คิดค่าบริการในราคาถูก ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้องและอาจทำให้เกิดอันตรายได้

ผลเสียจากการจัดฟันแฟชั่นจากหมอ-คลินิกเถื่อน
ทันตแพทย์อำนาจ ลิขิตกุลธนพร ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดฟันแฟชั่น จากร้านหรือคลินิกเถื่อน ส่งผลร้ายต่อสุขภาพฟันและสุขภาพช่องปากอย่างมาก อาทิ

  • ทำให้เหงือกอักเสบเป็นแผล มีเลือดไหล เกิดแผลในช่องปาก เนื่องจากลวดและพลาสติกอาจกดเหงือกหรือทิ่มเหงือก
  • ได้รับสารอันตราย เช่น ปรอท สารหนู ตะกั่ว ที่อาจดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เนื่องจากการใช้เครื่องมือที่ไม่ได้คุณภาพ ไม่ได้มาตรฐาน
  • อาจเกิดการติดเชื้อ เนื่องจากขั้นตอนในการทำสกปรก ไม่มีการล้างมือด้วยน้ำยากำจัดเชื้อ เครื่องมือที่ใช้ไม่มีการฆ่าเชื้อโรค
  • อาจเกิดฟันผุหรือปวดฟันจากการใส่ลวดในช่องปาก ทำให้ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฟันลดลง เศษอาหารติดได้ง่าย
  • อาจเกิดการละลายตัวของรากฟัน
  • อาจถึงแก่ชีวิตโดยไม่รู้ตัวจากการใส่ลวดเส้นเล็ก ถ้าไม่แน่นหรือหลวมขยับได้จะเกิดอันตรายอย่างมาก ยิ่งใส่นอนหรือขณะรับประทานอาหาร ลวดขนาดเล็กรวมถึงอุปกรณ์ชิ้นเล็กที่ติดไม่แน่นกับลวดอาจหลุดเข้าคอได้

ดังนั้น ควรได้รับการรักษาจากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีการประเมินก่อนการรักษา เพราะการจัดฟันเป็นการรักษาที่ต่อเนื่องและใช้ระยะเวลานาน เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ต้องผ่านขั้นตอนการฆ่าเชื้อ มีการบรรจุในซองอย่างดี รวมไปถึงขั้นตอนในการติดตั้งอุปกรณ์ในการจัดฟันต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ ทั้งนี้ หากเกิดปัญหาจากการจัดฟันแฟชั่นหรือร้านที่ไม่ได้มาตรฐาน ต้องรีบพบทันตแพทย์ทันทีเพื่อทำการรักษาและแก้ไขได้ทันเวลา

ความสำคัญของอาหารเช้าต่อสุขภาพ

อาหารเช้านั้น สำคัญไฉน

– โรคอ้วน เบาหวาน และโรคหัวใจ
จากการประชุมประจำปีของสมาคมแพทย์โรคหัวใจ (American Heart Association) มีการเสนอผลวิจัยชื่อว่า Cardia Study ที่พบว่า อัตราการเกิดโรคที่เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลิน ที่ทำให้อ้วนและเป็นโรคเบาหวาน มีอัตราลดลงในผู้ที่กินอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมอถึง 35-50% เทียบกับผู้ที่ไม่กิน คณะนักวิจัยเชื่อว่า อาหารเช้าเป็นอาหารมื้อที่สำคัญที่สุดในการป้องกันเบาหวานและโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดหัวใจ โดยคนที่ไม่กินอาหารเช้า สมองจะหลั่งสารนิวโรเปปไทด์ วาย (Neuropeptide Y) ซึ่งจะทำให้เรากินอาหารมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้กินจุบกินจิบทั้งวัน และกินอาหารในมื้ออื่นมากขึ้นกว่าปกติทำให้มีโอกาสอ้วนขึ้นได้ไม่ยาก

– อัลไซเมอร์
คือโรคหลงๆ ลืมๆ ที่หลายคนกลัว และคิดว่าคนแก่เท่านั้นที่เป็น แต่ถ้าเราไม่ได้กินอาหารเช้าจะทำให้สมองขาดสารอาหาร ส่งผลให้เรามีโอกาสเป็นโรคหลงๆ ลืมๆ ตั้งแต่อายุยังไม่มาก และมีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์ได้มากขึ้น

– ร่างกายทรุดโทรม
เมื่อร่างกายไม่ได้พลังงานจากอาหารเช้า ร่างกายก็จะดึงสารอาหารจากอวัยวะส่วนอื่นออกมา ซึ่งภายใต้กระบวนการนี้จะเกิดกรดชนิดหนึ่งออกมาด้วย และเมื่อร่างกายต้องผลิตกรดออกมาบ่อยๆ พออายุมากขึ้น เราก็จะเป็นโรคตามมาหลายอย่าง เช่น มะเร็ง หัวใจ

– หงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย อ่อนเพลีย
เมื่อตื่นนอนในตอนเช้าระดับน้ำตาลในเลือดเราจะต่ำ หากเรายังไม่กินอาหารเช้า ร่างกายจะไปดึงพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตที่สะสมไว้ที่ตับเพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ แต่เมื่อไหร่ที่พลังงานส่วนนี้ถูกใช้จนหมดไป ในตอนเช้าระดับน้ำตาลในเลือดก็จะต่ำอยู่อย่างนั้น ทำให้เรารู้สึกหงุดหงิดอารมณ์เสียง่ายและอ่อนเพลีย ส่วนคนที่กินอาหารเช้าจะมีพลังงานในการทำงานได้นานกว่า และมีความอ่อนล้าในช่วงกลางวันน้อยกว่าคนที่ไม่กินอาหารเช้า

– สมองทำงานไม่ดีเท่าที่ควร
มีงานวิจัยหลายเรื่องที่ระบุว่า การกินอาหารเช้ามีผลต่อการเรียนของนักเรียน เพราะถ้าสมองได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ สมองก็จะไม่รับรู้เรื่องที่ครูสอน หรือไม่มีสมาธิในการเรียน บางคนไปสอบโดยไม่กินอาหารเช้าก็จะทำข้อสอบได้ไม่ดีเท่าที่ควร และเด็กที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต หากได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้มีไอคิวต่ำและร่างกายไม่แข็งแรงได้